|
เบื่อๆเซ็งๆ คิดถึงชีวิตที่ผ่านมา ตอน ม. 1 - ม. 6
เราผ่านพ้นมันมาได้งัยฟ่ะเนี่ย
1 . เรื่องดนตรี กับ 6 ปี ที่เล่นคู่จัยกันมาตลอด
ตอน ม. 1 เพราะ หาชุมนุมอยู่ไม่ได้ เลยเลือกเข้า
ชุมนุมดุริยางค์ เพราะ รับนักเรียนไม่จำกัด
อยากจะบอกว่าที่เค้าบอกกันว่า
เด็กดุริยางค์เป็นศูนย์รวม .... อืมมมจิง
แต่มีใครเคยคิดมั้ยว่า การเล่นดนตรีต้องสามัคคีกัน
เราจิงต้องมีนิสัยคล้ายๆกันถึงจะอยู่ร่วมกันได้
ก็บอกไม่ถูกเหมือนกันว่าทำไม
คน ... ถึงมาร่วมกันอยู่ที่วงดุริยางค์ได้
เราใช้ชีวิตอยู่ที่วงดุริยางค์ ตอน ม. ต้น ทุกวัน โดยเฉพาะ
ช่วงตอนเราอยู่ ม. 3 วงดุริยางค์ได้เข้าประกวดวงโยธวาทิต
ชิ้งถ้วยพระราชทาน ตอน ม. 3 เทอม 2 เรานอนโรงเรียนทุกวัน
ให้คุณพ่อมาส่งเสบียงให้ เช้าตื่นไปเรียน เย็นซ้อมเดิน
ซ้อมเล่นเพลง นอนเกือบตี 1 ทุกวันเลย
ทั้งวงนะ มีเราคนเดียวที่ไม่ได้เรื่องมากที่สุดดด
โดนว่า โดนตี มากที่สุ๊ดดดด แต่เราเชื่อนะว่าที่
อาจารย์ตีเราเกือบจะทุกวี่ทุกวัน เพราะ
อาจารย์เครียด เหนื่อย เราไม่เคยโกธร + เถียง
อาจารย์เลย แต่โคตรรรรกลัวเลย ตอนนี้ ผ่านมา 5 ปี แล้ว
ก็ยังกลัวอยู่ มีอยู่หลายครั้งเราจำได้ว่า อาจารย์จะตบหัวเรา
แต่อาจารย์ก้เอามือวางกั้นไว้แล้วค่อยตบ
แต่คนอื่นที่โดนตบมาก่อนหน้าเรา อาจารย์เดินตบผลัวๆเลย
เราโดนตีอ่ะ แปะๆ แต่คนอื่นอ่ะโดนผลัวๆ
คิดว่าอาจารย์โหดล่ะซิ เปล่าเลยเมื่อเทียบกับอาจารย์
ที่คุมวงดุริยางค์แบบนี้กันทั้งนั้นแหละ
ตอน ม. ปลาย เราสอบเข้าโรงเรียนใหม่
ตามเพื่อนรัก ( ภา ) มาเรียนห้องเดียวกัน
เราก็คิดว่าจะเลิกเล่นดุริยางค์แล้ว เพราะ เหนื่อยมามาย
และ เริ่มเบื่อแล้ว ม่ะรุ้เวรกรรมอะไร เลิกม่ะได้อีก
เจือกไปชอบรุ่นพี่ ม. 6 ที่เป็นหัวหน้าวงดุริยางค์
ไอ้ความที่อยากเห็นหน้าพี่เค้า อยากรุ้จักพี่เค้า
อยากใกล้ชิดพี่เค้า กลายเป็นเด็กขยันมาซ้อม
ขยันไปทุกอย่างเลย ทั้งๆที่ไม่ได้สอบเข้ามาทาง
ด้านความสามารถพิเศษ คนที่สอบเข้ามาทางด้านนี้ ยังขยัน
สู้เราไม่ได้เลย เครื่องดนตรี รุ่นพี่ยังต้องสละให้เราเล่นเลย
พอพี่เค้า จบ ม. 6 เราก้คิดว่าจะขยันน้อยลง
ก้ทำม่ะได้รุ่นน้องที่เข้ามาเล่นดุริยางค์ใหม่
นับถือเราเป็นรุ่นพี่ที่ดีอีก ทำงัยล่ะโดนทั้งรุ่นพี่ไว้จัยเรา
โดนทั้งรุ่นน้องนับถือ เราเป็น
ความหวัง ตัวประสานสัมพันธ์ ผู้รู้ทุกอย่าง
ความไว้วางจัยของวง ก็เลยต้องขยันต่อไป
พอเราอยู่ ม. 6 คิดว่าจะเน้นเรียนแล้ว
เพราะ ม. 6 ต้องสอบเยอะ กรรมอีก ได้เป็น
หัวหน้าวงดุริยางค์ ทุกคนม่ะมีใครคล้านยก
ให้เราเป็นหัวหน้าวง งานหนักกว่าเก่าอีก
เพราะ ต้องคอยดูแลห้องดุริยางค์ เพราะ
หัวหน้าวงจะเป็นคนถือกุญแจห้อง
เวลามีงานต้องคอยตามน้องๆ เพื่อนๆ มาซ้อม
และ ไปงาน เวลาไปงานเหนื่อยมากตอนที่ต้อง
ดูแลลูกวง น้องๆคุยกัน พูดมากกกก
บอกตรงๆรำคาญ แต่ต้องจัยเย็นรักษามาร์ดเอาไว้
งานดุริยางค์ที่เคยเล่น ทั้งในโรงเรียน และ นอกโรงเรียน
1.เคารพธงชาติตอนเช้า เพลงชาติ + เพลงโรงเรียน
2.งานศพ ใช้เพลงพญาอโศก
3.เดินขบวนรณรงค์ เดินขบวนต่างๆ ใช้เพลงครึกครื้นได้ทุกเพลง
4.ต้อนรับแขก เพลงมหาฤกษ์
5.กีฬาสี เดินสวนสนาม ใช้เพลงครึกครื้นได้ทุกเพลง
6.เปิดร้าน เปิดงาน เปิดป้าย เปิดพิธีต่าง ๆ ใช้เพลงมหาฤกษ์
เพลงยอดฮิตที่เล่น คือ เพลงสยามมนุสติ
เล่นเกือบทุกงานที่ม่ะใช่งานศพ กับ งานเปิดๆทั้งหลาย
เหตุเป็นแบบฉะนี้แหละ จึงทำให้เราเล่นคลาริเน็ตมา 6 ปี
เล่นมาตั้งนาน อยู่คู่จัยกันเกือบทุกวัน จะไม่รักได้อย่างไร
เราจึงเลือกไปสอบความสามารถพิเศษทาง
ด้านดนตรี เครื่องมือเอก คือ คลาริเน็ต
เครื่องดนตรีอย่างอื่นเป่าได้ แต่เล่นได้ม่ะดี
เราสอบโควต้าติด 3 ที่ โคต้ารอบแรกด้วย
1. โครงการช้างเผือก คณะศิลปกรรม
เอกดนตรีสากล มหาลัยบูรพา ( ชลบุรี )
2. โควต้าดนตรี คณะนิเทศศาสตร์
เอกโฆษณา มหาวิทยาลัยสวนดุสิต ( กรุงเทพ )
3. โควต้าดนตรี คณะครุศาสตร์ ( 5 ปี )
เอกดนตรีสากล มหาวิทยาลัยราชภัฎเทพสตรี ( ลพบุรี )
สอบติด แต่ เพราะที่บ้านไม่มีใครสนับสนุน
ไม่ให้ตังไปมอบตัวเข้าเรียน ตอนไปสอบ
เราขึ้นรถตู้จากลพบุรีไปสอบเองเลยนะเนี่ย
ไปแบบม่ะรุ้อะไรเลย ถามๆเพื่อนเอาไปถึงด้วยแหละ
เราโดนบังคับทางอ้อมให้มาอยู่ กับ ครอบครัว
ที่อเมริกา ถ้าไม่มาก็ส่งตัวเองเรียนเอง
เฮ้อ ..... ชีวิตฉานนน
จบแหละเรื่องดนตรี ตอนนี้ฉานนนม่ะได้
จับเครื่องดนตรีทุกอย่าง จะ 2 ปีแล้ว
ต้องทำจัยอย่างเดียวเลย
2 . เรื่องการเรียน ตอน ม. 1 - 6 มีติด 0 มีโดนเรียก
ผู้ปกครองมาพบ แถมโดนคันบนอีก
ม. 1 - 3 เราเรียนสาย ศิลป์ภาษา รร.วินิตศึกษา
ม. 4 - 6 เรียนสาย อังกฤษ - ฝรั่งเศส รร.พิบูลวิทยาลัย
เราเคยมีประสบณ์การ การแก้ 0 แบบว่า
เอาเงินอาจารย์ไปซื้อนํ้ามาให้อาจารย์ ก็แก้ 0 ผ่านแล้ว
เรื่องของเรื่อง คือ วันที่อาจารย์นัดแก้ 0 กับนักเรียน
เราไม่ได้ไป เพราะ เราไม่รุ้ เราไปวันที่เพื่อนโทร
มาตามว่าทำไมติด 0 แล้ว ไม่ไปแก้ เราเลยต้อง
ไปหาอาจารย์ เนื่องจากว่าเราเป็นเด็กดี ( มั้ง )
นั่งหน้าสุดติดกระดาน ตั้งจัยเรียน ( มั้ง ) อาจารย์
เลยบอกว่าแล้วอย่าไปบอกใครว่าอาจารย์ช่วย
ส่วนการติด 0 อีก 3 - 4 ตัว
เราแก้ปกติ ไปรับงานจากอาจารย์
แล้วก้ทำ ทำเสร็จก็ไปส่ง ที่ทำได้
เพราะ รุ่นพี่ดุริยางค์ก็เคยแก้แบบนี้
เลยเอาของเก่ามาลอกส่ง ก็แก้ 0 ผ่าน
ที่โรงเรียน ม. ต้น บังคับให้นักเรียนสอบนักธรรมตรี
ให้ผ่านทุกคน ไม่งั้นม่ะจบ ม. 3 เราสอบผ่านช่วงนั้น
อ่านหนังสือธรรมซะเกือบจะเป็นไมเกรนเลย กลัวม่ะผ่าน
เป็นโรงเรียนของพระอ่ะเลยบังคับนักเรียนให้สอบให้ผ่าน
วิชาที่ฉานนนม่ะชอบ คือ คณิตศาสตร์
กับ ภาษาอังกฤษ + ฝรั่งเศส เรียนแล้วก้ลืม
ม่ะรุ้ทำไม จำม่ะได้ กลับไปอ่านก้ม่ะเข้าจัยอีก
การติด 0 เป้นเรื่องธรรมดาสำหรับเด็กดุริยางค์
เพราะ อะไรน่ะเหรอ อาจารย์วิชาการ
ส่วนใหญ่ม่ะชอบเด็กดุริยางค์ พูดง่ายๆ คือ อคตินั่นเอง
จึงทำให้ ไม่ช่วยใดๆทั้งสิ้น แม้แต่จะเตือนว่าจะติด 0 อาจารย์
บางคนก้ม่ะบอก ส่วนเด็กดุริยางค์ที่ไม่เคย ติด 0 มาจาก
1 . พวกเด็กเรียน ม่ะค่อยมาเข้าวงซ้อม 2 . พวกลอกเก่ง
( เวลาทำข้อสอบงัย คอยีราฟ )
ฉานนนนอยู่ในประเภท เชื่อมั่นในตนเอง
ม่ะลอกข้อสอบ ติด 0 ก้ติด แล้วแก้ทีหลัง
ถึงการแก้จะลอกเค้ามา แต่เราก้ได้อ่าน
ได้ความรุ้มามั่ง จิงม่ะ
ตอน ม. 6 เคยโดนเรียกผู้ปกครองมาพบ
เรื่อง มั่วสุมในชุดนักเรียน ขอบอกว่าโรงเรียน
เลิกแล้ว ไม่ได้มั่วสุมที่ไหนด้วย บ้านเพื่อนผู้ใหญ่ก้มี
กลางวัน หน้าบ้าน เรียกว่ามั่วสุมเหรอเนี่ย
เลยโดนคันบนมีผู้ปกครองเซ็นรับทราบ ถ้าทำผิด
อะไรก้ตามจนต้องเข้าห้องปกครองเรียกผู้ครองมาพบอีก
จะหักคะแนนความประพฤติ คะแนนความประพฤติมีความสำคัญ
มากกกกสำหรับใช้ไปสมัครสอบโควต้า ถ้า รร. ม่ะออกใบ
รับรองความประพฤติให้ก็เท่ากับว่าจะสมัครสอบโควต้าม่ะได้
ยังมีอีกหลายเรื่องที่โรงเรียนม่ะรุ้
หรือ รู้แต่จับม่ะได้คาตาก้ม่ะรุ้
รุ่นพี่ดุริยางค์เอาเหล้าขาว อุ แอลกอฮอร์ทั้งหลาย
บุหรี่ ไพ่ ยา .... ( ทุกอย่างแหละ )
มาหมกไว้ในห้องดุริยางค์ เวลามีคาบว่างม่ะเรียน
ก้มานั่ง นอน โดปเหล้า ยา กันในห้องดุริยางค์
แล้วก้ล๊อคห้องเงียบ สงสัยจิว่าทำไมม่ะมีกลิ่น
มีจิ แต่ว่าห้องดุริยางค์มักจะอยู่ลับตาคน
อาจจะเพราะ เสียงดัง เวลาซ้อมดนตรี เลยต้อง
อยู่ลับๆผู้คน พอเวลามีคาบเรียนถ้าไปเรียนไหว
ก้ไปเรียน แต่ถ้าไม่ไหวก็จะโทรไปจ้างให้เพื่อนขาน
แทนเวลาเชคชื่อ มีอยู่เรื่องนึงเราก้ม่ะเข้าจัย
ใครๆก้จะบอกว่าห้ามทำอย่างนั้นในห้องดุริยางค์
ม่ะอย่างนั้นจะโดนของดี ที่พิสูจน์ม่ะได้
มีคนเคยโดนแล้ว แต่เราก้ม่ะรุ้ว่าใคร แต่ที่แน่ๆมี
ร่องรอยของการโดนของดีทิ้งไว้จนถึงปัจจุบันนี้
ถ้าถามว่าเราเป็นยังงัย ก็หมดทุกอย่างแหละ
เราแค่ลอง แล้วก้ม่ะชอบ รุ่นพี่ดีนะเค้าแค่ให้ลอง
ม่ะให้เราติด แปลว่าให้ลองในปริมาณที่ไม่ติด ไม่เป็นอันตราย
เราคิดว่าคงเป็น เพราะ อาจารย์ที่คุมวงดุริยางค์
คงสั่งรุ่นพี่ไว้ไม่ให้พาเราไปทางที่ไม่ดี
ก่อนจะจบ ม. 6 เทอมสุดท้าย เราได้เป็นนักเรียน
ดีเด่นกิจกรรมของโรงเรียน ยัง งง ว่ามีอะไรดีเนี่ยเรา
ฟลุ๊คไม่ได้ตั้งใจจะทำไรเลยสักอย่าง ความประพฤติก็ไม่ดี
จบแหละเรื่องการเรียน ที่ผ่านมาอย่างลุ่มๆดอนๆ
ใน 6 ปี ของฉานนนนน
3 . เรื่องเพื่อน ฉานนนรักเพื่อนทุกคน ฉานนจิงจัยกับเพื่อน
เราไม่เคยโกธรเพื่อนสักคน
เราไม่เคยทะเราะกับเพื่อนรุนแรง จนข้ามวัน
เราไม่เคยเกรียจเพื่อน ถึงแม้ว่าจะทำไม่ดีใส่เรา
เราช่วยเหลือเพื่อนได้เสมอเมื่อเพื่อนต้องการ
เราไม่เคยดูถูกเพื่อน ทุกคนเท่าเทียมกันหมด
เราไม่เคยเอาเรื่องไม่ดีของเพื่อนมาล้อเล่น
เราพูดคำว่าขอโทษได้แบบง่ายดาย
แต่ ... เราชอบแกล้งเพื่อนที่สนิทกัน อิอิ ++
จบแหละเรื่องเพื่อน อยากจะบอกเพื่อนว่า คำพูด
ทุกคำพูดของเราจิงจัยนะเพื่อน คิดถึงเพื่อนๆจังเลย
4 . เรื่องการใช้ชีวิตอยู่ที่เมืองไทย ใช้ชีวิตยังงัยโดย
ไม่มี พ่อ แม่ ดูแลใกล้ๆ ถึงรอดมาได้ป่านี้
ความรัก แฟน กิ๊ก ฉานนนอ่ะเจ้าชู้ ( มั้ง ) แต่รักเดียวจัยเดียว
ถ้าบอกรักใคร ก้จะรักคนนั้นแบบหัวปักหัวปลัม อดทน ไว้จัยมากๆ
แต่ว่า รุ่นพี่ ( ดุริยางค์ ) รุ่นน้อง ( ดุริยางค์ ) แฟนเก่า เพื่อน
คำว่าหัวหน้าวงดุริยางค์ เลยทำให้เด่นมั้ง ใครๆก้เลยอยากลอง
เพราะ ต้องเป็นที่ปรึกษานี่แหละ ถึงกลายเป็นกิ๊กแบบเสียม่ะได้
แต่เราคิดแค่เพื่อน พี่ น้อง จิงๆนะ ก้เรารัก
แฟนเราอ่ะ แต่มักจะโดนหามว่าเราเป็นกิ๊กกันนะ ตู่ซะงั้น
เราปฏิเสธม่ะได้นี่ มีแต่รอให้เลิกคุยไปเอง เราต้องรักษา
ความสัมพันธ์ระหว่างในวงดุริยางค์ เพื่อน มาร์ดหัวหน้าวงเอาไว้
ความรักของเราไม่เคยสมหวังเลย ถ้าถามว่ามีความสุขมั้ย
การที่ได้อยู่ใกล้คนที่เรารัก ก้มีความสุขแล้ว
ชีวิตเราที่ผ่านมาเจอแต่ผู้ชายเจ้าชู้ รอบๆตัวในวงดุริยางค์
คนที่เราคบ คนที่เรารัก ก็เจ้าชู้กันเกือบหมด
จะทรมานแค่ไหนที่รุ้ว่าคนที่เรารักมีคนอื่นอีกหลายคน
และ มีคนที่อยู่ด้วยกัน แต่เราไม่พูด เพราะ
ไม่อยากทะเราะกัน ไม่อยากฟังคำโกหก
คิดว่าเดี๋ยวก็คงเลิกไปเองมั้ง อีกอย่างเราไม่ใช่เจ้าของของเค้า
เค้าจะทำอะไรก็เป็นสิทธิ์ของเค้า แต่สุดท้าย เพื่อน
เค้าเองก้เป็นคนหักหลังเค้า เพื่อนเค้าจีบเรา พาเราไปเห็น
ทุกอย่างกับตา ทำไมเราถึงไป ทั้งๆที่เราก้รุ้อยู่แล้ว ก้เพราะ
เราเป็นมนุษย์คนนึงงัย เจ็บได้ ร้องไห้เป็น อยากเห็นชัดๆ
ฉานนจำม่ะมีวันลืม ไปบ้านแฟนเค้า เห็นเค้าอยู่ด้วยกัน T+T
หลังจากนั้นเราก้คบกับเพื่อนเค้าอยู่พักนึง เพื่อนเค้าทำแสบมาก
พาผู้หญิงมามีอะไรกัน แล้วผู้หญิงคนนั้นโทรมาบอกฉานน
แล้วบอกว่าพูดเล่น สองอาทิตต่อมา เค้าบอกเลิกฉานน
แล้วก้บอกว่าเค้ามีอะไรกับคนอื่น เราเข้ากันไม่ได้
เลิกกันเถิด เดกมหาลัยก็แบบนี้แหละ ผิดเองที่คบแต่
พี่ๆมหาลัย ข้ออ้างเยอะ เล่เหลี่ยมมาก ชอบโกหก
โชคดีของฉานนที่ไม่เคยยอมเค้า ไม่เคยยอมใคร
ใช้ความไร้เดียงสา คำพูด เอาตัวรอดมาได้ตลอด
กลัวโดนทิ้ง แบบว่าได้แล้ว พอเบื่อก้ทิ้ง แล้วฉานนก้กลับ
ไปคบกับเพื่อนเค้าต่อ ทั้งๆที่รุ้ว่าเค้าก้ยังคงโกหกฉานน
จนตอนนี้ถึงไม่ได้เจอกันฉานนนก้ยังคิดถึงอยู่
ทำไมฉานนถึงรุ้ ก้ฉานนเป็นหัวหน้าวงดุริยางค์
มีรุ่นพี่ รุ่นน้อง ไหนยังเพื่อนของเดกดุริยางค์
เพื่อนของพี่เค้าอีก ข่าวไวยังกะปรอท อยากรุ้อะไรถามไป
มีคนไปสืบให้ได้ตลอด ผู้ชายทุกคนที่ฉานนคบเจ้าชู้หมดเลย
คนดีๆเค้าก้รักเดียวจัยเดียว มีเจ้าของไปหมดแล้ว
บ้านที่เราอยู่ ม. 1 - 6 คือ ร้านขายข้าวสาร อยู่ในเมือง
เราอยู่กับป้า 2 คน ลุง อีก 1 คน โสดดดด เข้าจัยใช่ป่ะว่าคนโสด
เป้นยังงัย อายุ 80 + ทุกคน เราทะเลาะกับป้าเกือบทุกวันเลย
เราอาจจะดูจัยดำ เถียง เรื่องมาก แต่เราก้รัก ลุง กับ ป้า นะ
ป้าเราทั้งสองคน ก่อนเราจะมานี่ เสียไป 1 คน อีกคนก้ป่วย
เฮ้อ .... ตอนนั้นก้มีลุงคนเดียวที่ต้องดูแลทุกอย่างเลย
เราอยู่กับป้าตั้งแต่ป้ายังแข็งแรง จนเสีย เสียที่บ้าน
คนที่ดูแลก้เรา ถึงจะม่ะค่อยชอบ แต่เราก้ทำเท่าที่เราจะ
ทำได้ ก้ต้องมีเบื่อ มีเหนื่อย มีเกี้ยงคนอื่นมาช่วยมั่ง
เราม่ะอยากจะเชื่อเลย เรา คือ คนที่พบศพป้าที่บ้านเป็นคนแรก
คิดดูนะ เราทั้ง เจาะเลือด ไปตรวจ จัดยา หาอาหาร
อาบนํ้า ปะแป้ง แต่งตัว ให้ป้าตอนที่ป้าป่วย แล้วอยู่ดีๆป้าเสีย
ป้าเราเป็นโรคไตร เบาหวาน ฯล ต้องล้างไตรอาทิตละ 2 ครั้ง - 3 ปีกว่า
ชีวิตช่างอนิจจังจิง ไม่มีอะไรแน่นอน
จบแหละเรื่องการใช้ชีวิตอยู่ที่เมืองไทย หลังจากจบ ม. 6
ฉานนก้มาอยู่ กับ พ่อ แม่ พี่ชาย ที่ชิคาโก จนถึงตอนนี้
ช่วงชีวิต ม. 1 - 6 ที่ผ่านมาของฉานนน
ก็เจอมาเท่านี้แหละ ฉานนคิดว่าทุกอย่างอยู่ที่ตัวเรา
ถึงอยู่ในสภาพแวดล้อมไม่ดี ถ้าคนจะดียังงัยก็ดีได้
ถึงครอบครัวจะไม่อบอุ่น ก้ไม่ได้หมายความว่า
เราจะบังคับตัวเองให้ดีไม่ได้ เราต้องคิด
เตือนสติตัวเองอยู่ตลอดเวลาตัวของเราเอง
เราอยากจะมีชีวิตอยู่แบบไหนเราทำได้
ไม่มีคำว่าสายเกินไปถ้าเรายังมีลมหายจัยอยู่
อาจจะมีเขวไปบ้าง แต่ถ้าเราฝึกคิดดี คิดทำให้ตัวเราดี
ยังงัยที่เขวไปบ้างก็จะเป็นแค่่สีสันของชีวิต หรือ
เป็นแค่บทเรียนในอดีตที่จะสอนเราต่อไป
ฉานนนนก้ต้องสู้ต่อไปเพื่ออนาคตของเราเอง
ท้อได้ แต่อย่าถอย สู้ .... !!!
ฉานนนนม่ะได้ชอบแมว แต่ฉานนนชอบรูปคิตตี้
ที่ฉานนนใช้ ชื่อ #♥..kaew..the..kop..♥#
เพราะ พี่คนนั้นแหละ เค้ารัก ชอบที่จะพนันบอลเชียร์หงส์
เพราะ เค้าเราจึงศึกษาลิเวอร์พูลตั้งแต่นั้นมา
|